ประเด็นปัญหา
มาตรา 40(5)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร
หารือเกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคล ราย บริษัท
พ. จำกัด โดยมีข้อเท็จจริงดังนี้
1. บริษัท พ. จำกัด
ประกอบกิจการลงทุนถือหุ้นในกิจการอื่นและให้บริการเช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่ง
โดยทรัพย์สินที่บริษัทฯ ให้เช่า ได้แก่
รถยนต์ทุกประเภทและเครื่องใช้สำนักงานทั่วไป
ตลอดจนเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการดำเนินงาน
แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการเช่ารถยนต์มากที่สุด
ซึ่งในการให้เช่าทรัพย์สินทุกรายการจะมีการทำสัญญาเช่าต่อกัน
2. ในการเช่าทรัพย์สินประเภทรถยนต์นั้น
สัญญาเช่าจะมีข้อกำหนดให้ผู้เช่าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเหล่านี้แต่เพียงผู้เดียว
คือ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้ การเก็บ การบำรุงรักษา การซ่อมแซมความชำรุดบกพร่อง การขนส่งหรือขนย้าย
การโอนกรรมสิทธิ์ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ ค่าภาษีอากร ค่าประกันภัย ค่าเสียหายใดๆ อันเกิดจากทรัพย์ที่เช่าไม่ว่าต่อผู้ให้เช่าหรือบุคคลอื่น
ซึ่งในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์จะระบุชื่อผู้เช่ารถยนต์เป็นผู้เอาประกัน และระบุชื่อผู้ให้เช่าเป็นผู้รับประโยชน์
3. สำนักงานสรรพากรพื้นที่เห็นว่า
การที่สัญญาเช่าระบุให้ผู้เช่ารถยนต์เป็นผู้จ่ายค่าเบี้ยประกันภัย เนื่องจากหากมีกรณีสูญหายหรือถูกอัคคีภัย
บริษัทฯ จะรับเงินชดเชยเฉพาะจำนวนที่ได้ระบุมูลค่าสูญหายไว้ในสัญญาเช่าเท่านั้น
หากเงินชดเชยที่ได้รับจากบริษัทประกันภัยเกินกว่ามูลค่าสูญหายที่ได้ระบุไว้
บริษัทฯ จะคืนเงินชดเชยที่ได้รับ คืนให้แก่ผู้เช่าที่จ่ายเบี้ยประกันภัย ค่าเบี้ยประกันภัยที่ผู้เช่าได้จ่ายไปถือเป็นเงินได้พึงประเมินของบริษัทฯ
ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร
บริษัทฯ จะต้องนำค่าเบี้ยประกันภัยจำนวนดังกล่าวมาถือเป็นเงินได้ในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิของบริษัทฯ
4. กรณีสัญญาเช่ารถยนต์ที่มีข้อกำหนดให้ผู้ให้เช่าเรียกเก็บค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์จากผู้เช่า เงินค่าเบี้ยประกันภัยเข้าลักษณะเป็นเงินหรือประโยชน์จากการให้เช่าทรัพย์สินตามมาตรา
40(5)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น บริษัทฯ จึงต้องนำค่าเบี้ยประกันภัยไปรวมเป็นรายได้เพื่อคำนวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา
65 แห่งประมวลรัษฎากร
แนววินิจฉัย
กรณีสัญญาเช่าทรัพย์สินที่กำหนดให้ผู้เช่าทรัพย์สินเป็นผู้เอาประกันภัย โดยมีหน้าที่จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยตามมาตรา
861 และมาตรา 862 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
แม้ผู้ให้เช่าทรัพย์สินจะไม่ได้เรียกเก็บค่าเบี้ยประกันภัยจากผู้เช่า แต่ผู้ให้เช่าเป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัย
จึงเข้าลักษณะเป็นเงินหรือประโยชน์ที่ได้เนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สินตามมาตรา
40(5)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ให้เช่าที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องนำรายได้จากการให้เช่าทรัพย์สินดังกล่าวไปรวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร
(กค
0706/7762 ลงวันที่ 15 กันยายน 2548 68/33569)
48cit068